X-Close
ยินดีต้อนรับผู้เยี่ยมชม
มกราคม 23, 2019, 04:21:25 PM *
ข่าว: ด่วน โปรโมชั่นพิเศษ จำนวนจำกัด
โปร100จอ ระบบใหม่ ติดไอดี คอม+มือถือ
ทุกระบบ ไม่ต้องใส่โค้ด โค้ดไม่มีเสีย
สนใจโทร 082-8899-345 (คุณกอล์ฟ)
หรือ แอดไอดีไลท์ golfinthai
ส่อง18+โซนนอกทั่วโลก ตามหาคนได้
เล่นในมือถือได้ ทุกระบบ


ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 






-:- สนใจ ProCode100จอ สนทนาไปทั่วโลก คลิกดูรายละเอียด !! -:-
แจ้งกระทู้ อนาจารไม่เหมาะสม เมล์แจ้งได้ที่ camfroginthai@gmail.com

ติดต่อลงโฆษณา อ่านรายละเอียด คลิก! ตำแหน่งใดก็ได้ ที่หน้าเว็บ,ปักหมุดกระทู้
ติดต่อ Webmaster : 082-8899-345 (คุณกอล์ฟ) Email : camfroginthai@gmail.com ไลน์ไอดี : golfinthai

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มะเขือพวง เป็นพืชที่มีสรรพคุณเเละประโยชน์ที่น่าทึ่ง  (อ่าน 3 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ManUThai2017
โครตเทพเจ้าแคมฟรอก
*****
หลงมาคนที่ : 80217
พลังน้ำใจ 26180
ออนไลน์ ออนไลน์
ออนไลน์ล่าสุุด :32 นาทีที่แล้ว
กระทู้: 2772
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 42 : Exp 84%
HP: 98.1%


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: มกราคม 12, 2019, 05:13:30 PM »


มะเขือพวง
ชื่อสมุนไพร มะเขือพวง
ชื่ออื่นๆ/ชื่อแคว้น มะแคว้งกุลา,บ่าแค้วงว่าวจุฬา(ภาคเหนือ),หมากลำแข้ง(ภาคอีสาน),มะแว้งช้าง,ลูกแว้ง,เขือน้อย,เขือพวง(ภาคใต้),มะเขือละคร(จังหวัดนครราชสีมา),ปอลอ,ปอลือ จือเปาะลือกู่(ม้ง),จะเคาะจ้ะ,ตะโกงลาโน(มลายู),รับควรกลม(เขมร),จุยเกีย,เจ๊กมิ่งจำ(จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Solanum torvum Swartz
ชื่อสามัญ Turkey berry, Common Asiatic weed , Prickly nightshade, Devil's fig , Shoo-shoo bush, Pea eggplant
สกุล Solanaceae
บ้านเกิดเมืองนอนมะเขือพวง
มะเขือพวง[/url][/i] เป็นพืชที่มีบ้านเกิดในแถบประเทศต่างๆและในหมู่เกาะของทวีปอเมริกากลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมู่เกาะ Antilles ตั้งแต่เขตฟลอริดา หมู่เกาะเวสต์ อินดีส์ ประเทศเม็กซิโก จนถึงอเมริกากึ่งกลาง รวมถึงในทวีปอเมริกาใต้แถบประเทศบราซิล โดยชอบพบเป็นวัชพืชขึ้นเรี่ยราดเกือบจะทั่วเขตร้อน ปัจจุบันเจอในทวีปแอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย และก็หมู่เกาะแปซิฟิกไกลถึงมลรัฐฮาวายในสหรัฐฯ แต่ว่ามีการใช้เป็นพืชเพาะปลูก เพื่อเป็นอาหารในแถบทวีปเอเชียใต้ และก็เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย ประเทศพม่า ลาว มาเลเซีย ประเทศอินเดีย เป็นต้น
ลักษณะทั่วไปมะเขือพวง
จัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงราวๆ 1-4เมตร ลำต้นมีหนามห่างๆลำต้นตั้งแข็งแรงเปลือกมีสีเขียวอมขาว ไม่มีรอยแตก ไม่ผลัดใบ ชอบแตกกิ่งก้านมากมายตั้งแต่ระดับต่ำจากลำต้น และมีหนามเหมือนกับสำต้น ใบอ่อนและก็ยอดอ่อนมีขนปกคลุม เมื่อสัมผัสจะรู้สึกอ่อนนุ่ม ใบเป็นใบคนเดียว เรียงหน้าแบบสลับ ใบรูปไข่ ขอบของใบเป็นพลูกว้าง ฐานใบมนกว้าง ปลายใบแหลม ผิวใบด้านล่างมีขนรูปสามเหลี่ยมบกคลุม เมื่อสัมผัสจะนุ่ม ตัวใบขนาด 3-5 x 4-6 นิ้ว เนื้อใบอ่อนเหนียว เส้นใบแตกแบบขนนกสานกันเป็นร่างแห ดอกเป็นช่อสีขาว มีดอกย่อย 2-15 ดอก เป็นดอกบริบูรณ์เพศ ออกดอกตรงตาข้างรวมทั้งยอดกิ่ง ก้านดอกยาวกว่า ลักษณะดอกมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ ขณะบานเป็นรูปดาว 5 แฉก ผลสำเร็จเดี่ยวเป็นพวงเหมือนมะแว้ง แต่ขนาดใหญ่กว่า รูปกลม ผิวเนียนสีเขียว กลีบเลี้ยงที่ติดอยู่ไม่มีหนาม ขนาดผลเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.0-1.3 ซม. ผลสุกสีเหลืองอ่อน เม็ดมีจำนวนไม่ใช่น้อย ลักษณะแบน กลม ผิวเรียบ
การขยายพันธุ์มะเขือพวง
เป็นพืชที่ปลูกง่าย สามารถเติบโตก้าวหน้าในดินทุกจำพวก มีความทนต่อสภาพความแล้งเจริญ และเป็นพืชที่มีความต้านทานโรคสูง โดยสามารถขึ้นและก็เจริญเติบโตก้าวหน้า ตั้งแต่ที่ราบในระดับน้ำทะเล จนถึงระดับค่อนข้างสูงจากน้ำทะเลปานกลาง 1,600 มัธยม
สำหรับวิธีการขยายพันธุ์มีแนวทางที่นิยม รวมทั้งใช้มากมายในตอนนี้ เป็น การปลูกด้วยเม็ด สำหรับแนวทางอื่นไม่ค่อยนิยม รวมทั้งได้ผลไม่ค่อยดี เนื่องด้วย เป็นพืชล้มลุกที่แก่เพียงแค่ไม่กี่ปี แล้วก็ลำต้นเป็นไม้เนื้ออ่อน ส่วนวิธีการปลูกโดยทั่วไปจะใช้แนวทางการหว่านเพาะกล้าก่อน ด้วยการขุดลูกพรวนดิน และก็กำจัดวัชพืชในแปลงขนาดเล็ก ก่อนที่จะหว่านโรยด้วยปุ๋ยมูลสัตว์น้อยหรือไม่ควรต้องหว่าน ต่อไป จะนำเม็ดแห้งที่ได้จากการนำเม็ดสุกมาตากแห้ง ก่อนที่จะหว่านลงแปลงเพาะ แล้วหุ้มด้วยฟางข้าวหรือเปล่าจำเป็นต้องหุ้ม แล้วรดน้ำให้เปียกแฉะ ภายหลังการโปรย จำเป็นต้องรดน้ำเป็นประจำทุกเมื่อเชื่อวัน แล้วก็ดูแลจนกว่ากล้าจะโตสูงราว 5-10 ซม. ค่อยถอนย้ายไปปลูกตามจุดที่ปรารถนา
องค์ประกอบทางเคมี
ในส่วนต่างๆของพบว่ามีสารที่สำคัญ ดังนี้ Torvoside A, H , Torvonin B, Solanine , Solasonine ,Solamagine , Solasodine, Pectin , Steroidal Saponin, Steroidal Alkaloid, β-sitosterol, Isoflavone ฯลฯ
นอกเหนือจากนั้นผลของยังมีคุณค่าทางโภชนาการดังนี้
คุณค่าทางโภชนาการของมะเขือพวงสุก (100 กรัม)
พลังงาน 24 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 5.7 กรัม
น้ำตาล 2.35 กรัม
ใยอาหาร 3.4 กรัม
ไขมัน 0.19 กรัม
โปรตีน 0.01 กรัม
ไทอะมีน(วิตามีนบี1) 0.039 มิลลิกรัม
ไรโบฟลาวิน(วิตามินบี2) 0.037 มิลลิกรัม
ไนอะซิน(วิตามินบี3) 0.649 มิลลิกรัม
กรดแพนโทเทนิก(วิตามินบี5) 0.281 มก.
วิตามินบี6 0.281 มก.
โฟเลต(วิตามินบี9) 22 ไมโครกรัม
วิตามินซี 2.2 มิลลิกรัม
แคลเซียม 9 มก.
เหล็ก 0.24 มิลลิกรัม
แมกนีเซียม 14 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 25 มิลลิกรัม
โพแทสเซียม 230 มก.
สังกะสี 0.16 มิลลิกรัม
แมงกานีส 0.25 มิลลิกรัม
ผลดี/สรรพคุณ
มะเขือพวงจัดเป็นพืชผักสมุนไพร โดยอดีตกาลจะเป็นพืชป่า แม้กระนั้นปัจจุบันในหลายๆประเทศนิยมนำมาปลูกเป็นพืชผักสวนครัว ที่นิยมนำผลมาเตรียมอาหาร ในประเทศไทย รู้จักมานานแล้ว โดยนิยมนำผลมาใช้ทำอาหารได้มากมายรายการอาหาร เป็นต้นว่า แกงป่า แกงคั่วปลาไหล แกงอ่อมปลาดุก แกงเขียวหวาน แกงเนื้อ น้ำพริกกะปิ น้ำพริกแมงดา น้ำพริกกุ้งสด น้ำพริกไข่เค็ม ปลาแดกทรงเครื่อง ผัดเผ็ด ฯลฯ และยังสามารถใช้เป็นผักจิ้ม ซึ่งนิยมทำให้สุกโดยการเผา ปิ้ง หรือย่าง พอให้ผิวกรอบหรือไหม้เล็กน้อย จะก่อให้รสชาติดีขึ้น และผลนิ่มกว่าเมื่อยังดิบ หรือบางทีอาจนำไปลวกหรือต้มให้สุกก็ได้ ส่วนในต่างแดน ชาวไอเวอรี่โคสต์นำผลใส่ซุปและซอสต่างๆชาวดุร้ายทางด้านใตนของประเทศอินเดียใช้ผลแช่นมเปรี้ยวแล้วตากแห้งทำกับข้าวรวมทั้งใช้เป็นของเคียงของกินแป้ง และก็ใส่ไว้ภายในแกงแขกแบบด้านใต้หลายแบบ ชาวลาวใช้ใส่ไว้ด้านในแกงเผ็ดเช่นเดียวกันกับเมืองไทย
สำหรับในด้านการใช้เป็นสมุนไพรก็มีการใช้เป็นสมุนไพรตามตำรายาไทยที่กำหนดไว้ว่า อีกทั้งต้นใบ และผล เป็นยาเย็น รสจืด เย็นแล้วก็มีพิษเล็กน้อย ทำให้โลหิตหมุนเวียนดี ช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยสำหรับการย่อยอาหาร แก้ปวด บวมช้ำ บากบั่นทำงานหนัก กล้ามเนื้อรอบๆเอวฟกช้ำดำเขียว ไอเป็นเลือด ปวดกระเพาะ ฝีบวมมีหนองและอาการบวมอักเสบ ช่วยขับเสมหะ บำรุงธาตุ ช่วยในระบบขับถ่าย ราก ใช้พอกเท้าแตกเป็นร่องเจ็บ
ส่วนในทางการปรุงยาล้านนา ใช้เป็นส่วนผสมของตำรับยาลูกอ่อนบวมและก็ ยาคอแห้ง นอกจากนี้ยังคงใช้ลำต้น รับประทานแก้เมา ทำให้รสเหล้าจืดลง กินเรื่อยแก้โรคเบาหวาน ขับเยี่ยว แก้ปวดฟกช้ำ ทำให้เลือดลมหมุนเวียนดี ใบ ใบสดใช้ตำพอกรอบๆแผล มีคุณประโยชน์ห้ามเลือด แก้ฝีบวมมีหนอง ผล ผลสดต้มกินเป็นยาแก้ไอ ขับเสลด เจริญอาหาร ลดความดันหิต และในเมืองนอกก็มีการใช้ป็นสมุนไพร{ดั ประเทศอินเดียใช้น้ำสกัดจากต้นแก้พิษแมลงกัดต่อย แล้วก็กินผลเพื่อบำรุงตับ ช่วยทุเลาโรคแผลในกระเพาะ ขับเยี่ยว ช่วยในการย่อย และก็ช่วยทำให้ผ่อนคลายอยากนอน บำรุงตับ ส่วนอินเดียทางตอนใต้ใช้ผลอ่อนชูกำลังให้ร่างกาย ผลแห้งหุงน้ำมันนิดหน่อย บดเป็นผุยผงกินทีละ 1 ช้อนชาลดอาการไอและก็เสมหะ ในแคเมอรูนใช้ใบห้ามเลือด ใช้เป็นยาระงับประสาท พอกให้ฝีหนองแตกเร็วขึ้น แก้ปวด ทำให้ฝียุบ แก้ชัก ไอโรคหืด ปวดข้อ โรคผิวหนัง ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ และแก้โรคซิฟิลิส และก็ใช้ผลรักษาโรคความดันโลหิตสูง จีนใช้ผลต้มน้ำกินแก้ไอแล้วก็บำรุงเลือด ทำให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ผลแห้งย่างรับประทานแกล้มอาหารบำรุงสายตาแล้วก็รักษาอาการติดเชื้อโรคแบคทีเรีย มาเลเซียนำเม็ดไปเผาให้กำเนิดควัน สูดเอาควันรมแก้ปวดฟัน และใช้รากสดตำพอกรอยแตกที่เท้า หรือโรคตาปลา อินเดียนำน้ำมะขามแช่รากต้มดื่มลดพิษภายในร่างกาย

รูปแบบ/ขนาดวิธีการใช้
ส่วนของต้น,ใบ,ผล ตากแห้งหนัก 10-15 กรัม ใช้ต้มกับน้ำรับประทาน ช่วยปรับโลหิตหมุนเวียนดี แก้ฟกช้ำ แก้ปวดกล้ามเนื้อ แก้ปวดกระเพาะ แก้ฝี และอาการบวมอักเสบรวมถึงช่วยขับเสมหะ ส่วนของรากใช้ตำพอกส้นเท้าที่แตกเป็นร่อง รากเอามาต้มหรือแช่น้ำดื่ม ช่วยขับพิษออกจากร่างกายช่วยขับเยี่ยว ลำต้นนำมาบด ใช้ประคบรอบๆแมลงกัดต่อย ทำให้ลดอาการปวดบวม หรือบดอย่างละเอียด ใช้ประคบหรือทารักษาแผล ใบสดนำมาบดหรือขยี้ ใช้ทาประคบแผล ฝี ทำให้แผลแห้ง แล้วก็หายเร็ว น้ำสุกจากใบสด นำมาดื่ม ช่วย ขับปัสสาวะ รวมทั้งขับเหงื่อ
การเรียนรู้ทางพิษวิทยา
จากข้อมูลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ได้แสดงคุณลักษณะที่เด่นชัดของมะเขือพวง สำหรับเพื่อการเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานของลำไส้เพื่อตอบสนองต่อพิษที่เข้ามายังระบบทางเดินอาหาร มีฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระช่วยคุ้มครองป้องกันความเสื่อมถอยรวมทั้งแก่ก่อนวัย มีฤทธิ์ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเบาหวาน มีงานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยที่เล่าเรียนปฏิกิริยาต้านอนุมูลอิสระของเครื่องดื่มจากแห้ง พบว่าน้ำสมุนไพรสามารถลดระดับอนุมูลอิสระซูเปอร์ออกไซด์ หรืออนุมูลอิสระไนทริกออกไซด์ในเลือดหนูที่เป็นโรคเบาหวานได้ ซึ่งเป็นอนุมูลอิสระที่นำไปสู่สภาวะเครียดในหนูทดลองที่มีอาการของโรคเบาหวาน ส่งผลต่อสภาวะเครียดออกซิเดชันในเม็ดเลือดแดง น้ำสมุนไพรลดไขมันที่ถูกออกสิไดซ์เป็นไขมันไม่ดีในหนูที่มีลักษณะโรคเบาหวาน ยิ่งไปกว่านี้พบว่าระดับน้ำตาลในเลือดของหนูโรคเบาหวานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งการค้นคว้าวิจัยที่ประเทศแคเมอรูนพบว่า เมื่อให้สารสกัดน้ำและก็แอลกอฮอล์ของผลกับตัวทดลองพบว่าความดันโลหิตของหนูต่ำลง แล้วก็ลดอัตราการเต้นของหัวใจด้วย โยฮิมบีนแล้วก็อะโทรพีนไม่มีผลต่อฤทธิ์การลดระดับความดันเลือดของ แม้กระนั้นโยฮิมบีนยั้งผลการลดอัตราการเต้นหัวใจของสารสกัดน้ำและเมื่อทดลองการเกาะตัวของเกล็ดเลือดที่กระตุ้นโดยทรอมบินหรืออะดีโนซีนสามฟอสเฟต พบว่าสารสกัดน้ำยั้งการรวมตัวของเกล็ดเลือดจากผลของสารทั้งสองดังที่กล่าวถึงมาแล้ว ฤทธิ์ลดความดันเลือดของสารอีกทั้ง 2 จำพวกคงจะมีสาเหตุมาจากการทำให้หัวใจเต้นช้าลง เพิ่มเติมกับผลยั้งการรวมตัวของเกล็ดเลือดทำให้มีคุณประโยชน์สำหรับผู้มีความดันเลือดสูงและก็มีปัญหาหัวข้อการรวมกลุ่มของเกล็ดเลือด ตามที่มีการใช้งานมาแต่ว่าเริ่มแรกนั่นเอง
ส่วนงานศึกษาค้นคว้าฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระรวมทั้งปริมาณสารฟีนอลิมือวมสารสกัดแอลกอฮอล์ของผลมะเขือตากแห้งแช่แข็ง 11 ประเภทในประเทศไทยในปี พุทธศักราช2551 พบว่าสารสกัดแอลกอฮอล์จากผลมะเขือพวงมีฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระสูงสุดแล้วก็มีจำนวนรวมสารฟีนอลิกรวมสูงสุด มีการศึกษาเล่าเรียนฤทธิ์ของโดยคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในปี พ.ศ.2552 พบว่า มีสารโพลีฟีนอลสูง สารสกัดยั้งรูปแบบการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีไซโตโครมพี 450 2E1 ในไมโครโซมของตับ มีฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระที่เกี่ยวโยงกับไลพิดเพอร์ออกซิเดชันและก็ซูเปอร์ออกไซด์แอนไอออน ผู้ทำการวิจัยเชื่อว่ามีศักยภาพสำหรับเพื่อการลดความเคร่งเครียดขบวนการออกซิเดชันในคนไข้โรคเบาหวาน และงานศึกษาเรียนรู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลร่วมกับมหาวิทยาลัยที่รัฐโอไฮโอ อเมริกาในปี พ.ศ.2552 พบว่าสารสกัดแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ต่อต้านการสร้างไนตริกออกไซด์ แล้วก็ TNF-? ในเซลล์ไม่วรีนมาวัวรฟาจที่ถูกกระตุ้นด้วยไลโพโพลีแซ็กคาไรด์ของแบคทีเรียในภาชนะเพาะเลี้ยง จึงมีฤทธิ์ต่อต้านอักเสบอีกด้วย
นอกจากนั้นงานค้นคว้าจากมหาวิทยาลัยมหิดลในปี พ.ศ.2545 พบว่าสารทอร์โม้ไซด์ เอช (towoside H) มีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสเริมชนิดที่ 1 (Herpes simplex virus type 1) โดยมีฤทธิ์ยับยั้งไวรัสมากยิ่งกว่ายาอะไซวัวลเวียร์ถึง 3 เท่า
การเรียนรู้ทางพิษวิทยา
จากการทดลองความเป็นพิษของมะเขือพวงในหนูทดลอง พบว่า การให้ ปรากฏว่าค่า LD₅₀พอๆกับ 19 กรัม/น้ำหนักตัว(กก.) ดังนี้ ดิบจะมีพิษ hydro-ethanolic ซึ่งแม้รับประทานมากกว่า 16 กรัม/น้ำหนักตัวกิโล จะออกฤทธิ์ส่งผลต่อลักษณะการทำงานของตับ
ข้อเสนอแนะ/สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวัง
มีสารโซลานิน (Solanine) ซึ่งเป็นอัลคาลอยด์ ซึ่งสารนี้อาจจะเป็นผลให้กำเนิดความไม่พอดีของแคลเซียมภายในร่างกายได้ ด้วยเหตุนั้นผู้ที่เป็นโรคไขข้อแล้วก็โรคกระดูดควรเลี่ยงการกิน
การได้รับสารโซลานีนจำนวนหลายชิ้นในคนที่ไวต่อสารโซลานีน บางทีอาจกำเนิดอาการไม่ให้สุกด้วยความร้อน หรืออาจกำเนิดอาการไม่ประสงค์ได้ เป็นต้นว่า ท้องร่วง ปวดหัว อ้วก
สำหรับลดผลกระทบจากสารโซลานีน ทำเป็นโดยนำผลที่จะกินไม่ทำให้สุกด้วยความร้อน หรือบางทีอาจทานอาหารกลุ่ม นม-เนย พร้อมกันไปกับการกินด้วยก็ได้
การกินดิบมากเกิน 16 กรัม/น้ำหนักตัว 1 โล อาจก่อให้เป็นผลกระทบต่อการทำงานของตับได้
เอกสารอ้างอิง
กัญจนา ดีวิเศษแล้วก็คณะ, ผู้สะสม.(2548).ผักพื้นเมืองภาคเหนือ.เพ็ญนภา ทรัพย์สมบัติเจริญ บรรณาธิการ.พิมพ์ครั้งที่ 2.กรุงเทพมหานคร: ศูนย์พัฒนาตำราเรียนการแพทย์แผนไทย.
รศ.ดร.มือณ์กาญจน์ ภระมรประวัติความเป็นมาธนะ .มะเขือพวง จิ๋วแต่แจ๋ว.คอลัมน์บทความพิเศษ.วารสารหมอราษฎร เล่มที่371 . เดือนมีนาคม2553.
บุญชื่นชัยรัตน์.(2542).แคว้งคลูวา, บ่า.ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคเหนือ(เล่ม 3, หน้า 1346).จ.กรุงเทพฯ:มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยการค้าขาย.
เตือนใจ ไชยศิลป รวมทั้งแผนก.(2545).อัลบั้มสมุนไพร : โครงการ "ม่อนยาป่าแ

Tags : ประโยชน์มะเขือพวง

บันทึกการเข้า

-:- www.camfroginthai.com (แคมฟรอกอินไทยดอทคอม เว็บแคมฟรอกที่ดีที่สุดเพื่อคนไทย) -:-
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Design By FM Email : camfroginthai@gmail.com Tel. 082-8899-345 ไอดีไลน์ : golfinthai Google bot last visit powered by Scriptme
webside : www.camfroginthai.com (แคมฟรอกอินไทยดอทคอม เพื่อคนไทย)